วิธีชงนม

เรื่องที่คุณแม่ควรรู้ วิธีชงนมลูก อย่างถูกต้อง



วิธีชงนม

เรื่องที่คุณแม่ควรรู้ วิธีชงนมลูก อย่างถูกต้อง

     วิธีชงนมลูก ก่อนอื่นเลย คุณแม่ควรศึกษาวิธีชงนมอย่างถูกต้อง เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อย และเพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วน และป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งอาจปนเปื้อนมากับนม และภาชนะที่ใช้ในการชงนมให้ลูก
การชงนมลูกไม่ใช่ว่าเพียงการนำน้ำใส่ขวด ตักนมผงใส่แล้วแกว่งเบาๆ เหมือนที่เคยทำกันมา แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรระมัดระวัง กลับมีผลต่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อยเป็นอย่างมาก

เผย 6 วิธีชงนมลูกที่คุณแม่ควรปฏิบัติก่อนชงนมให้ลูก มีดังนี้

1.ล้างมือให้สะอาด

     อันดับแรกเลยคือการล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนหยิบจับสัมผัสอุปกรณ์ ของใช้ในการชงนมให้ลูกน้อย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะสุขภาพลูกน้อยยังไม่แข็งแรงพอ ที่จะต่อต้านเชื้อโรคชนิดต่างๆ ที่อาจแฝงอยู่ตามนิ้วมือของผู้ที่ทำการชงนมได้ ดังนั้นการล้างมือให้สะอาด แล้วชงนม จึงช่วยป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายของลูกได้ดีที่สุด

2.อ่านขั้นตอนการชงนมข้างกระป๋องนมทุกครั้ง

     คุณแม่หรือผู้ดูแลเด็ก จะต้องทำความเข้าใจถึงการชงนมให้ถูกต้อง จะได้ไม่พลาดวิธีชงนมที่ถูกต้อง ว่าควรจะต้องระมัดระวัง ทั้งอัตราของน้ำและนมผง ต้องตวงอย่างถูกสัดส่วนตามช้อนที่ให้มากับนม
หากใส่น้ำมากไป จะทำให้ลูกได้รับสารอาหารไม่พอเพียง ส่วนการใส่น้ำน้อยเกินไป ก็อาจจะทำให้ลูกน้อยมีระบบการย่อยอาหารไม่ดี ไตทำงานหนัก นอกจากนี้ยังทำให้ร่างกายของลูกเกิดภาวะขาดน้ำได้อีกด้วย

3. อุปกรณ์ที่ใช้ชงนม จะต้องผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนทุกครั้ง

     การทำความสะอาดขวดนมและอุปกรณ์ต่างๆ ควรนึ่งฆ่าเชื้อหรือต้มด้วยความร้อนที่เหมาะสม ก่อนนำมาชงนมให้ลูกจะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ดี

4.ใช้น้ำต้มสุกที่วางไว้จนอุ่นแล้ว

     น้ำที่ใช้ชงนมให้ลูกควรต้มให้เดือด แล้วนำมาวางให้เย็นตัวลงโดยเทใส่ในภาชนะทนร้อน เช่น ขวดแก้ว จากนั้นรอให้มีอุณหภูมิเย็นลง แล้วนำมาเทน้ำใส่ขวดนมให้ได้ปริมาณตามต้องการ แล้วจึงตักนมผงในปริมาณที่ระบุตามสลากข้างกระป๋อง
ชงนมให้ลูกกินได้ สำหรับน้ำที่จะนำมาให้ใช้น้ำดื่มที่สะอาดมาต้ม จะเป็นน้ำกรอง หรือน้ำบรรจุขวดก็ได้ ข้อควรระวังห้ามใช้น้ำบรรจุขวดที่ไม่ได้ผ่านการต้มมาใช้ชงนมให้ลูกโดยเด็ดขาด เพราะลูกน้อยยังมีภูมิต้านทานต่ำเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ รวมถึงระบบทางเดินอาหาร และโรคอื่นๆ ได้

5.ปิดฝาขวดให้สนิท

     หลังจากชงนมแล้วงดใช้มือไปจับบริเวณจุกยาง เพื่อเลี่ยงการสัมผัสจุกนมโดยตรง ซึ่งอาจทำให้เชื้อโรคปนเปื้อนได้ หลังจากนั้นให้แกว่งขวดเบาๆ โดยใช้ข้อมือหมุนวนเป็นวง
เพื่อให้นมผงละลาย ช่วยป้องกันการเกิดฟองอากาศในนม ซึ่งเมื่อลูกน้อยดูดกลืนลงกระเพาะ ทั้งที่มีฟองอากาศจะทำให้ลูกน้อยปวดท้องได้ หากบังเอิญเขย่าแล้วนมมีฟอง ให้วางทิ้งไว้สักครู่ เมื่อฟองยุบแล้วจึงค่อยนำมาป้อนลูก

6.หยดน้ำนมลงบนหลังมือ

     ทดสอบว่านมไม่ร้อนจนเกินไป ซึ่งอาจทำให้ลวกปากลูกจนเป็นแผลได้ อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับป้อนลูกเมื่อทำการทดสอบ จะรู้สึกอุ่นสบาย
สุดท้ายนี้สำหรับคุณแม่ที่มีลูกน้อยต้องศึกษาถึงวิธีชงนมให้ลูกน้อยอย่างเข้าใจ และเน้นถึงสุขภาพอนามัยของลูกเป็นหลัก จะได้ไม่พลาดจนทำให้ลูกน้อยมีความเจ็บป่วยเกิดขึ้น การเริ่มต้นด้วยการชงนมอย่างถูกวิธีในวันนี้ ย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพลูกน้อยให้มีพลานามัยที่สมบูรณ์ตลอดไปจ้า

 

บทความก่อนหน้านี้ : เผยวิธีเช็ค อาการไข้ในทารก

Related Post

เด็กทารกวัย 4 เดือนเด็กทารกวัย 4 เดือน



ทารกวัย 4 เดือน เมื่อครบสี่เดือน ทารกจะเริ่มมีบุคลิกเฉพาะ มีความเป็นตัวของตัวเองให้เห็นได้ชัดเจนขึ้น คุณอาจสังเกตได้ว่าลูกมีบุคลิกหรือนิสัยบางอย่างที่เหมือนคนนั้นคนนี้ ซึ่งบ่อยครั้งก็คือตัวคุณแม่หรือคุณคุณพ่อนั่นเอง เพียงแต่เป็นแบบย่อส่วนเท่านั้น แต่ก็ไม่แน่เสมอไป มีบ้างเหมือนกันที่เจ้าตัวเล็กอาจมีนิสัยแตกต่างไปจากที่คุณคิดอย่างสิ้นเชิง และทำให้คุณต้องคอยคาดเดาอยู่เสมอ ช่วงเวลาสองสามเดือนแรกนั้น ช่วยให้แม่ลูกได้รู้จักกันมากขึ้น และช่วยให้คุณรู้ว่าอะไรที่ทำให้ลูกมีความสุข นี่คือแก่นสำคัญของการเป็นพ่อแม่ในช่วงเดือนแรกๆ ซึ่งก็คือการรู้และเข้าใจว่าลูกต้องการอะไร แล้วให้สิ่งที่ลูกต้องการได้ เรื่องนี้บางครั้งก็ง่าย แต่ก็มีบางครั้งที่ยากจนคุณเดาไม่ได้เลยว่าลูกต้องการอะไรกันแน่ ถ้าเจอปัญหาแบบนี้ ให้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ และอย่าให้ปัญหานี้ทำลายความมั่นใจของคุณ การกินนมและการนอน ในวัยนี้เด็กจะมีช่วงเวลานอนสั้นลงในช่วงกลางวัน แต่จะนอนได้นานขึ้นและตื่นน้อยลงในช่วงกลางคืน อย่างไรก็ตามเด็กก็ยังต้องนอนกลางวันอยู่ แม้ว่าลูกจะดูไม่มีทีท่าว่าจะง่วงหรืออยากนอนก็ตาม การนอนกลางวันมีผลต่อการนอนในช่วงกลางคืน ดังนั้นเลิกคิดไปได้เลยว่า

การดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 18 เดือนการดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 18 เดือน



พัฒนาการของลูกน้อยวัย 18 เดือน ลูกน้อยวัย 18 เดือน หรือ วัยขวบครึ่ง คุณแม่คงพอจะเห็นแววกันแล้วว่าบุคลิกของเขาเป็นอย่างไร เป็นเด็กที่ค่อนข้างเงียบหรือซุกซน เด็กแต่ละคน ความสนใจที่แตกต่างกัน รูปแบบการเรียนรู้ก็ไม่เหมือนกัน บุคลิกภาพก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้น คุณแม่จึงไม่ควรเปรียบเทียบลูกเรากับลูกคนอื่น…มาดูพัฒนาการแต่ละด้านของลูกน้อยกันเลย ในวัยนี้เจ้าตัวเล็กควรจะก้าวเดินโดยที่ไม่มีใครคอยช่วยจับหรือพยุง หรือเริ่มวิ่งระยะสั้นๆ ได้ การก้าวเดิน การวิ่ง หรือการปีนป่ายของเด็กวัยนี้ต้องอาศัยสมาธิพอสมควรส่วนทักษะทางภาษาจะเริ่มพูดคำต่างๆ ได้ชัดเจนราว 20 คำ เวลากินเวลานอนของลูกน้อยวัย 18 เดือน เวลาช่วงที่ ลูกน้อยวัย