การดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 8เดือน




ลูกน้อยวัย 8เดือน

ลูกน้อยอยากเรียนรู้โลกกว้าง และเริ่มอยู่ไม่นิ่งและเคลื่อนไหวไปมาตลอดเวลา และจะงอแงไม่หยุดอาจพยายามลองจับเค้าให้อยู่เฉยๆ ทำให้คุณแม่ต้องเหนื่อยกับการวิ่งตามเฝ้าดูอยู่เสมอ โดยการดึงความสนใจลูกน้อยให้อยู่นิ่งๆ ซึ่งอาจทำได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ระยะนี้ลูกน้อยจะมีอารมณ์แปรปรวนพอสมควร เนื่องจากเค้าเห็นสิ่งที่อยากทำ แต่มักโดนคุณแม่ห้ามไว้ หรือถูกจับให้อยู่นิ่งๆ แทนที่จะได้คลานอย่างอิสระ การส่งเสียงร้องของลูกน้อยเป็นการสื่อกับคนรอบข้าง ที่คุณแม่ต้องแยกให้ได้ว่าลูกน้อยต้องการอะไร การร้องแต่ละครั้งมีความหมายต่างกัน เช่น หิว โกรธ ต่อต้าน

มื้ออร่อยและฝันหวานของลูกน้อย

อาหารเสริมที่ช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหารและพลังงานในช่วงนี้อาจจะมีได้ถึง 2-3 มื้อต่อวัน แต่นมก็ยังเป็นอาหารหลักที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันที่ทารกต้องการ เพียงแต่ลูกน้อยจะลดความอยากกินนมมารดาลงเหลือราวๆ 4 ครั้งต่อวันเท่านั้น และหันมากินอาหารเสริมเมื่อหิวแทน
ลูกน้อยจะปรับช่วงการนอน ระหว่างวันเป็น 2-3 ช่วงและใช้เวลา 1-3 ชมต่อครั้ง โดยเริ่มเป็นตารางเวลาที่ชัดเจนขึ้นในแต่ละวัน ลูกน้อยที่เล่นจนเหนื่อยมากไปจะกลายเป็นเด็กขี้งอแงเมื่อง่วงนอน ทำให้คุณแม่บางคนไม่ชอบเท่าไหร่

พฤติกรรมเจ้าตัวเล็ก

ลูกน้อยพยายามพูดคุยกับผู้คนรอบตัว ในช่วงนี้คุณแม่จะเห็นว่าลูกน้อยเริ่มหัดพูดด้วยตัวเอง ส่งเสียงอ้อแอ้มากขึ้นเพื่อเลียนเสียงและคำพูดที่ได้ยินระหว่างการเลี้ยงดู การเปล่งเสียงเรียก “แม่” หรือ “พ่อ” เป็นครั้งแรก โดยที่เจ้าตัวน้อยยังไม่รู้ความหมายของคำมากนัก จึงเป็นหน้าที่ของคุณแม่ที่ต้องคอยสอนอย่างใจเย็นในการจับคู่คำพูด ออกเสียงให้ลูกน้อยจดจำและเข้าใจความหมาย สอนด้วยคำศัพท์ง่ายๆ สั้นๆ เช่น ขานชื่อสิ่งของใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน หรือแสดงท่าทางให้ลูกน้อยเข้าใจ เช่น สวัสดี ลาก่อน ขอบคุณ เป็นต้น

พัฒนาการของหนู

ลูกน้อยจะไม่อยู่นิ่งและชอบหยิบสิ่งของทุกอย่างรอบตัวมาเล่น คุณแม่จึงต้องระวังอย่าปล่อยลูกรักไว้ตามลำพัง เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้ตลอดเวลา เช่น เผลอหยิบใส่ปาก ลูกน้อยจะไม่พอใจและแสดงท่าทางต่อต้านเมื่อโดนคุณแม่แย่งของเล่นในมือเพราะอาจเกิดอันตรายได้

ลูกจะเริ่มหัดคลานและกลิ้งตัวไปตามพื้น คุณแม่จะช่วยประคองให้หัดยืนได้ช่วงสั้นๆ ลูกน้อยบางคนจะเริ่มฝึกยืนด้วยการเกาะขอบเปลหรือคอก และภูมิใจที่ตัวเองทำได้ คุณแม่ต้องคอยสังเกตและชื่นชมกับสิ่งที่ลูกน้อยทำ เพื่อกระตุ้นให้เค้ามีความมั่นใจและพร้อมที่จะฝึกต่อไปอีก

การเจริญเติบโตของลูกน้อย

เด็กทุกคนมีความแตกต่างกันตามกรรมพันธ์ หากคุณกังวลเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของลูกน้อยที่ผิดปกติจากเกณฑ์มาตรฐานของทารกในวัยเดียวกัน ควรปรึกษากุมารแพทย์ที่เชี่ยวชาญ

ส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี

คุณแม่ต้องระวังเป็นพิเศษเมื่อลูกน้อยเข้าสู่วัยแห่งการเรียนรู้ เพราะลูกน้อยจอมซนจะเริ่มคลานและใช้มือหยิบจับของชิ้นเล็กๆ ใกล้ตัว การจัดระเบียบข้าวของในบ้านให้อยู่ห่างจากระยะเอื้อมถึงของลูกน้อยเป็นสิ่งจำเป็น และเพิ่มการดูแลทำความสะอาดป้องกันเชื้อโรคและสิ่งสกปรก เพราะเจ้าตัวน้อยจะเริ่มขยายอาณาเขตการเล่นออกไป ควรตรวจเช็คความเรียบร้อยและระมัดระวังเฟอร์นิเจอร์และของมีคมซึ่งอาจจะเกิดอันตรายได้

การละเล่นของทารก

ของเล่นสำหรับลูกน้อยในวัยนี้ไม่จำเป็นต้องมีหลายชิ้น หลักการเลือกของเล่นที่เหมาะสมกับเด็กวัย 8 เดือน ได้แก่ ของเล่นที่นุ่ม มีสีสันสดใส และปลอดภัย โดยเฉพาะปราศจากสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และระวังเรื่องความสะอาดให้ดี เพราะลูกน้อยจะชอบเรียนรู้ด้วยการใช้มือจับและเอาสิ่งของมาอมในปาก ในวัยนี้ลูกน้อยบางคนเริ่มคันเหงือกเนื่องจากฟันน้ำนมจะเริ่มขึ้น จึงชอบเอาของใส่ปากแล้วขบด้วยเหงือกเบาๆ

สิ่งที่คุณแม่ต้องเรียนรู้

พัฒนาการในช่วงนี้ทำให้คุณแม่ตื่นเต้นกับพัฒนาการของลูกน้อยที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน บางคนถึงกับอยากมีน้องเพิ่มอีกทันที ในขณะที่บางคนยังเหนื่อยและอยากพักก่อน คุณแม่หลายคนอาจคิดว่าลูกน้อยโตเร็วเกินไป สิ่งที่เปลี่ยนแปลงระหว่างการเลี้ยงดูลูกน้อยส่งผลด้านจิตใจกับคุณแม่ได้ง่าย

วิธีรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น คือ การวางแผนและกำหนดเป้าหมายในการเลี้ยงดูลูกน้อยแต่ละช่วงวัยให้เหมาะสม โดยไม่กดดันตัวเอง ช่วยให้คุณแม่คลายความเครียด เช่น หัดทำอาหารเสริมเมนูใหม่ให้ลูกน้อย จัดมุมโปรดในบ้านเป็นสนามเด็กเล่นที่ปลอดภัย เป็นต้น และไม่ลืมแบ่งเวลาส่วนตัวของคุณแม่ระหว่างที่ลูกน้อยหลับด้วย

รู้ทันอารมณ์

คุณแม่หลายคนมัวแต่สนใจลูกน้อยจนลืมใส่ใจตัวเอง แน่นอนว่ายากที่จะแยกตัวเองออกจากลูกน้อยวัยน่ารักเช่นนี้ แต่สำหรับคุณแม่มือใหม่เรื่องนี้มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการดูแลลูกน้อยเลย เพราะคุณแม่ควรแบ่งปันประสบการณ์การเลี้ยงลูกกับคุณพ่อและญาติใกล้ชิด เพื่อจะได้มีความเข้าใจและความผูกพันในกันและกันมากขึ้นทำให้คุณแม่ตระหนักถึงคุณค่าของตัวเองด้วย

คุณแม่กับการพักผ่อน

เมื่อลูกน้อยโตขึ้นจะนอนหลับสนิทในตอนกลางคืน ช่วยให้คุณแม่ได้นอนสบายเช่นเดียวกัน หากนอนในห้องเดียวกัน ควรจัดระยะห่างในห้องนอนจะช่วยลดการสะดุ้งตื่นของลูกน้อยลงได้ เพราะลูกน้อยจะมีประสาทสัมผัสที่ไวมากต่อปฏิกิริยาของคุณแม่ การจัดห้องนอนก็สำคัญ ควรห่างจากเสียงรบกวน และมีพื้นที่สำหรับเก็บอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องอยู่ใกล้มือ อาทิ ตะกร้าผ้า กองเสื้อผ้าเด็กอ่อน ของเล่น ขวดนม ฯลฯ กลายเป็นมุมเลี้ยงเด็กอีกโซนหนึ่งในห้องนอน

ความสัมพันธ์ของคุณกับคนรอบข้าง

คุณแม่จะสนใจและทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับลูกน้อย อย่าได้รู้สึกผิดที่มีเวลาให้สมาชิกที่เหลือในครอบครัวน้อยลง ส่วนใหญ่แล้ว สมาชิกคนอื่นๆ เข้าใจดีและมีวิธีรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในบ้านอยู่แล้ว คุณแม่ไม่ต้องกังวลมากเกินไป ปล่อยให้สมาชิกในครอบครัวเรียนรู้และปรับตัวตามธรรมชาติ

 

Related Post

การดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 18 เดือนการดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 18 เดือน



พัฒนาการของลูกน้อยวัย 18 เดือน ลูกน้อยวัย 18 เดือน หรือ วัยขวบครึ่ง คุณแม่คงพอจะเห็นแววกันแล้วว่าบุคลิกของเขาเป็นอย่างไร เป็นเด็กที่ค่อนข้างเงียบหรือซุกซน เด็กแต่ละคน ความสนใจที่แตกต่างกัน รูปแบบการเรียนรู้ก็ไม่เหมือนกัน บุคลิกภาพก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้น คุณแม่จึงไม่ควรเปรียบเทียบลูกเรากับลูกคนอื่น…มาดูพัฒนาการแต่ละด้านของลูกน้อยกันเลย ในวัยนี้เจ้าตัวเล็กควรจะก้าวเดินโดยที่ไม่มีใครคอยช่วยจับหรือพยุง หรือเริ่มวิ่งระยะสั้นๆ ได้ การก้าวเดิน การวิ่ง หรือการปีนป่ายของเด็กวัยนี้ต้องอาศัยสมาธิพอสมควรส่วนทักษะทางภาษาจะเริ่มพูดคำต่างๆ ได้ชัดเจนราว 20 คำ เวลากินเวลานอนของลูกน้อยวัย 18 เดือน เวลาช่วงที่ ลูกน้อยวัย

การดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 19 เดือนการดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 19 เดือน



พัฒนาการของลูกน้อย เดือนที่ 19 ลูกน้อยในวัย 19 เดือน ช่วงนี้ถ้าลูกไม่นอนหลับก็เคลื่อนไหวตัวตลอด กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ แข็งแรงและทำงานประสานกันได้ดีขึ้นมาก จึงเคลื่อนไหวคล่องแคล่วกว่าแต่ก่อน จะโตไวอย่างรวดเร็วจนคุณแม่ประหลาดใจ เป็นช่วงที่ Growth Hormone ถูกปล่อยออกมา ลูกน้อยในวัย 19 เดือนจะโตไวอย่างรวดเร็วจนคุณแม่ประหลาดใจ เป็นช่วงที่ Growth Hormone ถูกปล่อยออกมาในเวลาที่หลับสนิท เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการเพิ่มของน้ำหนักในช่วงขวบปีแรกจะไม่มากนัก โดยน้ำหนักและส่วนสูงจะคงที่ในช่วงเวลาหนึ่งก่อนจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นสลับกันไป ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้ของลูกน้อย เรียนรู้เรื่องขนาด ความหนักเบา และรูปร่างได้ดีจากการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ ทั้งพาตัวเองไปดูให้รู้ให้เห็นสิ่งต่างๆ