การดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 20 เดือน




ลูกวัยนี้เป็นวัยที่มีพัฒนาการทางภาษาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว   ในการส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษา คุณพ่อคุณแม่ควรคุยกับลูกบ่อยๆด้วยถ้อยคำที่สั้นๆ ช้าๆ ชัดเจน ชี้อวัยวะต่างๆ ร่วมกับออกเสียงอวัยวะนั้นๆร่วมด้วย โดยให้ลูกชี้ตาม ด้วยบรรยากาศที่สนุกสนาน ไม่บีบบังคับให้ต้องทำถ้าลูกไม่พร้อม อาจทำในขณะอาบน้ำถูสบู่ให้ลูก เล่นเป็นเกมส์พูดชื่ออวัยวะใดให้เอาฟองสบู่แตะ พูดและปรบมือชมเชยเมื่อลูกชี้หรือพูดอวัยวะนั้นได้ถูกต้อง

นักเลียนแบบตัวน้อยวัย 20 เดือน

บรรยากาศในบ้านตอนนี้ จะมีเรื่องที่น่าขันตลอดเวลา จากลูกน้อยของคุณในตอนนี้ที่เริ่มมีพฤติกรรมเลียนแบบคนในบ้าน ด้วยท่าทาง คำพูด หรือ เลียนเสียงที่ได้ยินบ่อยๆ เป็นการพยายามของลูกน้อยที่แสดงออกเพื่อประจบเอาใจคนในบ้าน ทำเอาคุณแม่ไม่สามารถจะอยู่นั่งพักเฉยๆ อย่างที่เคยได้

ลูกน้อยวัย 20 เดือน นี้จะแสดงอาการให้รู้ว่าไม่พอใจ เมื่อใครบางคนจะไม่อยู่ หรือ หายหน้าไป เช่น คุณพ่อที่ต้องออกไปทำงาน การให้เวลากับลูกน้อยเมื่อกลับมาบ้าน จะช่วยให้ปฏิกิริยาของลูกน้อยดีขึ้น และเป็นการสอนให้เค้ารู้ถึงภาระกิจของแต่ละคนที่ต้องรับผิดชอบ คือ ออกไปทำงานและกลับมาอยู่ด้วยกันอย่างอบอุ่นอีกครั้งในช่วงเย็น

เด็กน้อยสามารถเรียนรู้และพูดคุยทางโทรศัพท์ หรือ เว็บแคมกับคนอื่นๆ ที่รู้จักได้ แต่การพูดคุยไม่ใช่สิ่งเดียวที่ลูกน้อยต้องการ เพราะการที่ได้รู้ว่าตัวเองเป็นคนโปรดอันดับหนึ่งของบ้านต่างหาก ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เด็กต้องการในช่วงนี้

การเจริญเติบโตของลูกน้อยวัยนี้

บางครอบครัวอาจจะส่งลูกเข้าเดย์แคร์เพื่อให้เค้าได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน คุณแม่อาจจะรู้สึกเป็นกังวลโดยไม่รู้ตัวเพื่อเห็นลูกน้อยอยู่ลำพังกับเด็กคนอื่นๆ ซึ่งลูกน้อยจะสังเกตเห็นความไม่สบายใจของคุณแม่ได้ แต่นั่นก็เป็นการกระตุ้นให้เค้าเกิดความมั่นใจในตัวเอง

การเปรียบเทียบและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ปกครองและเด็กๆ เป็นเรื่องธรรมดาที่ทำให้คุณเห็นความแตกต่างระหว่างลูกคุณและเพื่อนๆ และโดยไม่คาดฝัน คุณเองก็จะเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง หรือ มองเห็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวคุณและลูกที่คล้ายคลึงกัน ไม่ว่าทางกายภาพอย่างสีผม ลูกตา หรือ การแต่งกายที่ใกล้เคียงกัน และในช่วงนี้

ลูกน้อยจะมีพัฒนาการด้านสมองมากกว่าส่วนอื่น ร่างกายจะปรับตัวอีกรูปแบบหนึ่งทำให้ขนาดของศีรษะใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก เมื่อเทียบกับสัดส่วนใบหน้า ลำคอและช่วงอก

การละเล่นของลูกน้อย

ตารางกิจกรรมของลูกจะเป็นไปตามความสนใจของเค้าเป็นส่วนใหญ่ ที่เค้าจะอยากทำในสิ่งที่เค้ากำลังสนใจอยู่ โดยไม่ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมอื่นๆ ยกเว้นข้อกำหนดเป็นตารางที่เคร่งครัดแล้วอย่าง ชั่วโมงเรียนว่ายน้ำ เพราะส่วนใหญ่ลูกน้อยของคุณจะเริ่มพยายามบริหารเวลาต่างๆ เอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเด็กน้อยวัย 20 เดือนสามารถจัดการกับเรื่องเล็กน้อยๆ ตามลำพังได้แล้ว

ลูกน้อยจะมีจินตนาการสูงและเริ่มมีความคิดสร้างสรรค์ผ่านการเล่นละครสมมติ พูดเป็นเรื่องราวและสวมบทบาทตามตัวละครที่เล่นอยู่ ถือเป็นแบบฝึกหัดเรื่องภาษาและความสัมพันธ์ด้วย คุณแม่ต้องอดใจและไม่เข้าไปขัดจังหวะเมื่อลูกใช้คำศัพท์ผิด หรือ ตกหล่นเรื่องความถูกต้องไปบ้าง และไม่ควรนำลูกไปเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นๆ

เพราะหากไปทำให้การเล่นของลูกน้อยสะดุด และสิ่งนี้จะไปลดความมั่นใจของเค้า ส่วนใหญ่เด็กผู้หญิงจะมีความสามารถในการเล่นบทบาทสมมติ และใช้ภาษาได้ดีกว่าเด็กชาย ซึ่งเราไม่ควรไปเปรียบเทียบความแตกต่างทางเพศกับเด็กในวัยนี้

แต่ละวันของลูกน้อย

ในขณะที่ลูกน้อยอายุ 20 เดือน ผู้ปกครองบางครอบครัวจะเริ่มปรึกษากันเกี่ยวกับการมีน้องคนต่อไป เพราะเชื่อกันว่าอายุห่างประมาณ 2 ปีครึ่งนี้ เป็นเกณฑ์ที่เหมาะสม แต่เรื่องนี้ยังไม่มีข้อพิสูจน์ชัดเจนนัก เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยและความพร้อมที่เหมาะสมของแต่ละครอบครัว ดังนั้น การตัดสินใจที่จะมีลูกน้อยอีกเมื่อไหร่ เป็นเรื่องสำคัญภายในครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่ต้องหารือกันมากกว่าการกำหนดตามอายุของลูกน้อย

ในช่วงนี้ แม้เด็กๆ จะเล่นเป็นกลุ่มก็ตาม แต่ความสนใจส่วนตัวยังคงมีอยู่ ดังนั้น ลูกน้อยจะเล่นกับเพื่อนๆ โดยที่เอาตัวเองเป็นหลัก และมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในรูปแบบที่แตกต่างกันไป การทะเลาะหรือโต้เถียงกันในกลุ่มเด็กเล็กเป็นเรื่องธรรมดา

คุณแม่อาจยังไม่ต้องเคี่ยวเข็ญเรื่องการแบ่งปันหรือ เอาใจเขามาใส่ใจเรามากนักในช่วงนี้ ปล่อยให้ลูกน้อยได้ผ่านกระบวนการคิดและตกผลึกทักษะทางสังคมด้วยตัวเองก่อน จากนั้น ค่อยๆ สอนโดยจำลองสถานการณ์ในภายหลัง แล้วให้ลูกได้คิดวิธีแก้ไขเป็นการสมัครใจของลูกน้อยเอง ไม่ต้องไปบังคับ จะเป็นการปลูกฝังที่ดีกว่าไปดุลูกเมื่อทำผิด

คุณค่าทางโภชนาการของหนูน้อย

การพาลูกน้อยไปกับคุณแม่และช่วยหยิบของให้เวลาไปจ่ายตลาด จะช่วยให้เค้าได้เรียนรู้เรื่องโภชนาการ และได้เลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วยตัวเอง และควรหลีกเลี่ยงขนมขบเคี้ยว คุณแม่จะใช้เวลาสอนเรื่องอาหาร สีสัน รูปร่าง และจำนวนได้ เปิดโอกาสการสอนให้ลูกรู้จักเมนูใหม่ๆ คุณค่าของการทานอาหารที่มีประโยน์ รวมทั้งได้มีเวลาคุณภาพกับลูกน้อยพร้อมๆ กับทำหน้าที่แม่บ้านไปด้วย

การพาลูกน้อยออกมาข้างนอกเมื่อโตแล้วเช่นนี้ จะช่วยให้ลูกตื่นตาตื่นใจและสนุกกับการเรียนรู้ด้วย อย่าลืมพกกระติกใส่น้ำเปล่าไว้ดื่มระหว่างวัน และปลูกฝังให้ลูกน้อยได้เรียนรู้ด้วยการทำให้เห็นว่าคุณเองดื่มน้ำเมื่ออยู่นอกบ้านด้วย

ปกป้องสุขภาพของลูกน้อย

ลูกน้อยยังไม่สามารถไปเข้าห้องน้ำเพื่อขับถ่ายด้วยตัวเองตามลำพังได้ เมื่อมีการขับถ่ายเจ้าตัวเล็กอาจจะเริ่มพยายามถอดกางเกงผ้าอ้อมด้วยตัวเอง ซึ่งจะเลอะเทอะและกลายเป็นเรื่องยุ่งยากของคุณได้ ดังนั้น คุณแม่จึงต้องคอยสังเกตอาการของลูกน้อยที่ใส่ผ้าอ้อมอยู่เสมอ และค่อยๆ สอนให้ลูกน้อยรู้จักเรื่องการทำความสะอาดหลังขับถ่ายทุกครั้ง

การเจ็บป่วยของเด็กในวัยนี้เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว หมายความว่า ลูกอาจจะมีไข้สูงกะทันหัน และอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วชั่วข้ามคืนได้ นั่นเป็นเพราะส่วนหนึ่งมาจากระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกายของลูกน้อยไม่เสถียรเหมือนผู้ใหญ่ คุณแม่ต้องระวังปริมาณการใช้ยาลดไข้ติดบ้านที่มีอยู่ให้เหมาะกับวัยของลูกน้อย หากมีไข้เป็นเวลานานหรือไข้ขึ้นสูงควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที

เคล็ดไม่ลับของคุณแม่

การกำหนดกิจกรรมและความสัมพันธ์ของสมาชิกในบ้าน ช่วยให้ลูกน้อยเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ ความรักความผูกพันของกันและกันกับสมาชิกคนอื่น เด็กน้อยส่วนใหญ่จะปรับตัวเร็วและเข้าใจระบบภายในบ้านได้

หมั่นทบทวนคำศัพท์ที่คุณแม่พูดกับลูกอยู่เสมอ พึงระวังการใช้คำว่า“ไม่” หรือ “อย่า” อย่างพร่ำเพรื่อ เพราะลูกน้อยจะไม่เห็นความสำคัญ และเพิกเฉยในกรณีที่คุณหมายความเช่นนั้นจริงๆ และใช้คำชมเชยช่วยกระตุ้นให้ลูกน้อยภูมิใจในสิ่งที่เค้าทำ ข้อแนะนำง่ายๆ คือ ลดความก้าวร้าว และเติมพลังด้านบวกให้ลูกรักอยู่เสมอนั่นเอง

ให้บทบาทการเลี้ยงดูลูกทั้งคุณพ่อและคุณแม่เป็นไปอย่างสมดุล เด็กน้อยจะได้เรียนรู้ตัวอย่างที่สมบูรณ์จากผู้ปกครองทั้งสอง พึงระลึกอยู่เสมอว่าการเป็นแบบอย่างที่ดีของทั้งคุณพ่อและคุณแม่มีอิทธิพลกับลูก

• สมองเติบโตมากถึง 90% ในช่วงปฐมวัย 5 ปีแรกของชีวิต ขึ้นอยู่กับประสบการณ์การเรียนรู้ของลูกน้อยในช่วงนี้ว่าจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาในศักยภาพด้านใด ดังนั้น คุณแม่ควรปรับสภาพในบ้านให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ให้มากที่สุด และสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายให้แก่ลูกน้อยได้เรียนรู้อย่างสนุกสนานทุกวัน

• คุณแม่ไม่ควรลงแรงกับการทำความสะอาดระหว่างวันมากนัก แต่ทำเท่าที่จำเป็น โดยรวมเน้นเรื่องความสะอาดและปลอดภัยเป็นสำคัญ และเก็บกวาดเรียบร้อยอีกครั้งในช่วงเย็นของแต่ละวัน เคล็ดลับนี้เพื่อถนอมแรงของคุณแม่ไว้ ไม่ให้เหนื่อยมากนัก

 

Related Post

การดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 8เดือนการดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 8เดือน



ลูกน้อยวัย 8เดือน ลูกน้อยอยากเรียนรู้โลกกว้าง และเริ่มอยู่ไม่นิ่งและเคลื่อนไหวไปมาตลอดเวลา และจะงอแงไม่หยุดอาจพยายามลองจับเค้าให้อยู่เฉยๆ ทำให้คุณแม่ต้องเหนื่อยกับการวิ่งตามเฝ้าดูอยู่เสมอ โดยการดึงความสนใจลูกน้อยให้อยู่นิ่งๆ ซึ่งอาจทำได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ระยะนี้ลูกน้อยจะมีอารมณ์แปรปรวนพอสมควร เนื่องจากเค้าเห็นสิ่งที่อยากทำ แต่มักโดนคุณแม่ห้ามไว้ หรือถูกจับให้อยู่นิ่งๆ แทนที่จะได้คลานอย่างอิสระ การส่งเสียงร้องของลูกน้อยเป็นการสื่อกับคนรอบข้าง ที่คุณแม่ต้องแยกให้ได้ว่าลูกน้อยต้องการอะไร การร้องแต่ละครั้งมีความหมายต่างกัน เช่น หิว โกรธ ต่อต้าน มื้ออร่อยและฝันหวานของลูกน้อย อาหารเสริมที่ช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหารและพลังงานในช่วงนี้อาจจะมีได้ถึง 2-3 มื้อต่อวัน แต่นมก็ยังเป็นอาหารหลักที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันที่ทารกต้องการ เพียงแต่ลูกน้อยจะลดความอยากกินนมมารดาลงเหลือราวๆ 4 ครั้งต่อวันเท่านั้น และหันมากินอาหารเสริมเมื่อหิวแทน

วิธีชงนม

เรื่องที่คุณแม่ควรรู้ วิธีชงนมลูก อย่างถูกต้องเรื่องที่คุณแม่ควรรู้ วิธีชงนมลูก อย่างถูกต้อง



เรื่องที่คุณแม่ควรรู้ วิธีชงนมลูก อย่างถูกต้อง      วิธีชงนมลูก ก่อนอื่นเลย คุณแม่ควรศึกษาวิธีชงนมอย่างถูกต้อง เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อย และเพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วน และป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งอาจปนเปื้อนมากับนม และภาชนะที่ใช้ในการชงนมให้ลูก การชงนมลูกไม่ใช่ว่าเพียงการนำน้ำใส่ขวด ตักนมผงใส่แล้วแกว่งเบาๆ เหมือนที่เคยทำกันมา แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรระมัดระวัง กลับมีผลต่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อยเป็นอย่างมาก เผย 6 วิธีชงนมลูกที่คุณแม่ควรปฏิบัติก่อนชงนมให้ลูก มีดังนี้ 1.ล้างมือให้สะอาด      อันดับแรกเลยคือการล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนหยิบจับสัมผัสอุปกรณ์ ของใช้ในการชงนมให้ลูกน้อย