การดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 14 เดือน




เมื่อลูกน้อยเข้าสู่ช่วง ลูกน้อยวัย 14 เดือน คุณแม่คุณพ่อและทุกคนในบ้านลืมความเงียบเหงาไปได้เลย เพราะคุณจะมีเด็กน้อยคอยส่งเสียงเจื้อยแจ้วตลอดทั้งวัน เพราะเด็กในวัยนี้สามารถสะสมคำศัพท์ได้มากขึ้น สามารถพูดคำว่าพ่อ แม่ หรือเรียกคนสนิทในครอบครัว รวมทั้งสัตว์บางประเภทได้ รวมทั้งสามารถเข้าใจในสิ่งที่พ่อแม่พูดจึงอยากที่จะสื่อสารโต้ตอบ นอกจากนี้ ยังเป็นช่วงที่ลูกจะเรียนรู้ทักษะการใช้กล้ามเนื้อมือในระดับซับซ้อนยิ่งขึ้น ถือเป็นช่วงที่ร่างกายในด้านต่างๆ พัฒนาขึ้นในอีกขั้น

มหัศจรรย์แห่งช่วงวัย : การเคลื่อนไหวของลูกน้อยในเดือนนี้จะเริ่มมีการเดินสลับกับคลานมากขึ้น สรีระของลูกมีการเปลี่ยนแปลง คือ ช่วงท้องจะอ้วนกลม ก้นปอดและช่วงขาจะป้อม เมื่อกระดูกช่วงแขนและขาเติบโตเต็มที่รูปร่างจะดูสมส่วนมากขึ้น

กินอิ่มนอนสบาย : คุณแม่อาจแบ่งอาหารบางอย่างที่ลูกสามารถกินได้โดยคำนึงถึงการเคี้ยวและระบบย่อยอาหารของเจ้าตัวเล็กเป็นสำคัญ ในช่วงนี้ระยะเวลาการนอนของลูกน้อยเหมือนผู้ใหญ่มากขึ้น หากนอนกลางวันมาก กลางคืนอาจนอนไม่หลับการให้ลูกนอนเตียงเร็วเกินไปโดยยังไม่ได้หัดให้อยู่นิ่งได้ ความซุกซนของลูกอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุตกจากเตียงได้ หากเขายังคงติดนิสัยเล่นปีนป่ายไม่หยุด

สุขภาพ : ลูกน้อยในวัยนี้ยังไม่ตระหนักถึงความสะอาดของอาหารที่หยิบกินเอง ต้องคอยระวังและแน่ใจในสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด การเจ็บป่วยในวัยหัดเดินที่พบมาก คือ ไข้หวัดตัวร้อน อย่าลืมหาหมวก หรือกางร่มให้เขาทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน

การขับถ่ายของลูกเล็ก : ช่วงนี้คุณแม่ไม่ต้องกังวลเรื่องการขับถ่ายเลยค่ะ เพราะเขาขับถ่ายเป็นเวลาที่ชัดเจน ดังนั้นคุณแม่เพียงจดลงสมุดบันทึกและเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ตรงตามเวลาเพื่อป้องกันความอับชื้นจากผ้าอ้อมเต็ม หรือช่วงไหนให้ลูกดื่มน้ำเยอะๆ คุณแม่ควรหมั่นสังเกตแถบวัดความชื้นบนตัวผ้าอ้อมด้วยว่าเปลี่ยนสีแล้วหรือยัง เพื่อจะได้ปล่อยให้ลูกเล่นอย่างอิสระและเปลี่ยนได้ทันเวลาทุกครั้งแบบไม่ทำให้การเล่นของเขาสะดุดมากเกินไป

กระตุ้นพัฒนาการสมวัย : วัยนี้เรียกร้องการได้เล่นนอกบ้านมากขึ้นนะคะ คุณแม่ควรหาโอกาสให้ลูกได้เล่นนอกบ้านเพื่อได้เจอเด็กวัยเดียวกัน หรือได้เจอกับญาติพี่น้องบ้าง เพื่อกระตุ้นให้เขาพัฒนาการจดจำใบหน้า การยิ้มหัวเราะเพื่อกระตุ้น EQ รวมไปถึงการได้แบ่งปันของเล่น ที่จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการเข้าสังคมเมื่อต้องเข้าอนุบาลค่ะ

คุณแม่อาจจะต้องใจเย็นเมื่อลูกอยากลองทำกิจกรรมต่างๆ ที่ลูกไม่เคยทำมาก่อน แม้ว่าอาจหงุดหงิดบ้างเมื่อลูกน้อยไม่ได้ดั่งใจในบางครั้งลองเปลี่ยนความหงุดหงิดเป็นการให้กำลังใจเพื่อให้ลูกน้อยลองทำอย่างไม่ลดละ ซึ่งจะทำให้ลูกรู้สึกสนุกมากกว่าการกดดันผ่านทางอารมณ์และสีหน้าของคุณแม่ค่ะ

เคล็ดลับสำหรับคุณแม่ในการเลี้ยงลูกน้อย

• พยายามสื่อสารกับลูกด้วยคำที่ง่าย หรือประโยคง่ายๆ ให้ลูกทำตาม
• เนื่องจากในช่วงนี้ลูกกำลังสนุกกับทักษะการใช้มือหยิบจับสิ่งของต่างๆ เพื่อป้องกันเชื้อโรค คุณแม่คุณพ่อควรทำความสะอาดมือของลูกและของเล่นต่างบ่อยๆ และอย่าลืมทำความสะอาดมือของคุณแม่คุณพ่อด้วย
• หมั่นแปรงฟันให้ลูกอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งด้วยแปรงสีฟันขนอ่อนนุ่ม
• เด็กเล็กมีข้อควรระวังในการใช้ยาแอสไพรินหรือยาแก้คัดจมูกน้ำมูกไหล หาดลูกคุณมีอาการป่วย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

Related Post

ปวดท้องประจำเดือนปวดท้องประจำเดือน



ปวดประจำเดือนคืออาการปวดบริเวณท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกรานในช่วงระหว่ามีประจำเดือนหรืออาจมีอาการปวดท้องก่อนประจำเดือนมา 1-2 วัน บางรายอาจมีอาการปวดหลัง คลื่นไส้ หรือถ่ายเหลวร่วมด้วยโดยอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นสม่ำเสมอตามรอบของประจำเดือน พบว่าผู้หญิงที่อยู่ในช่วงเจริญพันธุ์ มีอาการปวดท้องประจำเดือนโดยมีอาการปวดมากน้อยแตกต่างกันไปและเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุโดยทั่วไปจะแบ่งประเภทของการปวดท้องประจำเดือนเป็น 2 กลุ่ม คือ การปวดท้องประจำเดือนชนิดปฐมภูมิ การประจำเดือนที่ไม่พบพยาธิสภาพในอุ้งเชิงกราน โดยอาการปวดเกิดจากโพรสตาแกลนดิน ที่หลั่งออกมาจากเยื่อบุโพรงมดลูกในช่วงที่มีประจำเดือน โดยสารตัวนี้จะทำให้กล้ามเนื้อหลอดเลือดในมดลูกหดรัดตัวทำให้เกิดอาการปวดท้องขึ้น การปวดประจำเดือนโดยสารชนิดปฐมภูมินี้มักพบในวัยรุ่นและเมื่ออายุมากขึ้นอาการปวดจะดีขึ้น ในบางรายหายไปเลยหลังมีบุตรและอาการปวดมักจะเป็นแค่ช่วงวันแรกๆที่มีประจำเดือน การปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมิ การปวดประจำเดือนที่ตรวจพบพยาธิสภาพในอุ้งเชิงกราน เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่  ช็อคโกแลตซีสต์ที่รังไข่ เนื้องอกมดลูก เป็นต้น การปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมินี้มักเกิดในกลุ่มอายุ 25-30 ปีขึ้นไป โดยอาการปวดมักจะปวดทุกวันที่มีเลือดประจำเดือน มีประจำเดือนมามาขึ้น 

การดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 18 เดือนการดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 18 เดือน



พัฒนาการของลูกน้อยวัย 18 เดือน ลูกน้อยวัย 18 เดือน หรือ วัยขวบครึ่ง คุณแม่คงพอจะเห็นแววกันแล้วว่าบุคลิกของเขาเป็นอย่างไร เป็นเด็กที่ค่อนข้างเงียบหรือซุกซน เด็กแต่ละคน ความสนใจที่แตกต่างกัน รูปแบบการเรียนรู้ก็ไม่เหมือนกัน บุคลิกภาพก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้น คุณแม่จึงไม่ควรเปรียบเทียบลูกเรากับลูกคนอื่น…มาดูพัฒนาการแต่ละด้านของลูกน้อยกันเลย ในวัยนี้เจ้าตัวเล็กควรจะก้าวเดินโดยที่ไม่มีใครคอยช่วยจับหรือพยุง หรือเริ่มวิ่งระยะสั้นๆ ได้ การก้าวเดิน การวิ่ง หรือการปีนป่ายของเด็กวัยนี้ต้องอาศัยสมาธิพอสมควรส่วนทักษะทางภาษาจะเริ่มพูดคำต่างๆ ได้ชัดเจนราว 20 คำ เวลากินเวลานอนของลูกน้อยวัย 18 เดือน เวลาช่วงที่ ลูกน้อยวัย