การดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 10 เดือน




ลูกน้อยวัย 10 เดือน
ลูกน้อยจะเริ่มพึ่งคุณน้อยลง หลังรู้จักใช้ร่างกายและควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวเอง นี่หมายความว่าเด็กจะล้มลุกคลุกคลานบ่อยขึ้น ระหว่างฝึกฝนทักษะให้ดีขึ้น คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นห่วงลูกแต่พอดี แต่แน่นอนว่าการปล่อยให้ลูกน้อยได้สำรวจสิ่งต่างๆ เองเป็นเรื่องทำใจยาก คุณควรตรวจสอบให้ดีว่าบริเวณที่ลูกน้อยเล่นปลอดภัยต่อเด็ก ในช่วง 2-3 ปีต่อไป คุณอาจต้องเก็บของมีค่าไว้ที่สูงและเก็บของหนักให้เรียบร้อย แม้ลูกน้อยจะทำให้บ้านคุณหน้าตาเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการมีสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและลูกน้อยสามารถเล่นได้อย่างไร้อันตราย

การกินนมและการนอนหลับ

ลูกน้อยวัย 10 เดือน เด็กหลายคนลดเวลานอนระหว่างวันจาก 3 ครั้งเหลือ 2 ครั้ง เด็กมักจะนอนตอนเช้าประมาณ 9-10 น. หลังจากที่ตื่นมาตอนเช้าและทานอาหาร เด็กในวัยนี้อาจมีท่าทีเหนื่อยล้า หาว งอแง และอยากให้คุณพ่อคุณแม่กอดบ่อยขึ้นหรืออาจผลอยหลับระหว่างเล่น เด็กวัย 10 เดือนยังพูดเก่งและมักดื้อไม่ยอมนอน คุณพ่อคุณแม่ต้องใจเย็นๆและพยายามเอาลูกเข้านอนตามแผนที่วางไว้ทั้งตอนเช้าและกลางคืน
นมยังเป็นอาหารสำคัญสำหรับลูกวัย 10 เดือน แต่อาหารแข็งก็เข้ามามีบทบาทเท่าๆ กัน อย่าทำให้ลูกเบื่ออาหารด้วยการป้อนอาหารเดิมๆทุกครั้ง ลองใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ทำอาหารด้วยตัวเอง ตั้งแต่วัย 1 ขวบเป็นต้นไปเด็กส่วนใหญ่จะเลือกและจำกัดอาหารที่ตัวเองกิน ดังนั้นคุณแม่ควรเตรียมอาหารที่ไม่จำเจ เพื่อให้ ลูกน้อยของคุณคุ้นชินกับอาหารที่หลากหลาย

พฤติกรรมลูกน้อย

เด็กวัยนี้เป็นวัยเข้าสังคม คอยสังเกตปฏิกิริยาของลูกน้อย เวลาเจอคนอื่น เด็กอาจมองหาตาก่อน จากนั้นจึงมองปาก หู และมองทั้งหน้า เด็กวัยนี้ใช้ประสาทสัมผัสในการเรียนรู้ข้อมูลมากมาย พวกเขาจึงยังต้องนอนกลางวัน 2-3 ครั้ง สมองของเด็กเปิดรับสิ่งต่างๆมากที่สุดในช่วยวัยนี้และจะจดจำประสบการณ์ที่ได้ คุณอาจเปลี่ยนนิสัยหรืออารมณ์ลูกไม่ได้ แต่คุณทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยในโลกใบน้อยของเขาได้ ในตอนนี้คุณยังเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตลูก เพราะฉะนั้นถ้าลูกต้องการคุณหรือบางครั้งอยากให้คุณปลอบใจและกอด ก็ควรทำตามความต้องการของลูก การเลี้ยงลูกไม่ใช่ศาสตร์ที่แน่นอนและไม่ได้มีเพียงวิธีเดียว

ถ้าลูกคุณไม่อยากเล่นกับเด็กคนอื่น ไม่ต้องกังวล เด็กในวัยนี้จะให้ความสำคัญกับตัวเองมากจนไม่ได้คิดถึงความรู้สึกเด็กคนอื่น คุณควรจับตาดูอย่างใกล้ชิด เมื่อลูกอยู่กับเด็กคนอื่นหรือสัตว์เลี้ยง เพราะพวกเขายังเด็กเกินกว่าจะรู้ว่าสิ่งใดควรทำและสิ่งไหนปลอดภัย

พัฒนาการของลูกน้อย

เจ้าตัวเล็กจะคลานเก่งขึ้นและมีท่าคลานเฉพาะตัว ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่าการคลานเกี่ยวข้องกับความสามารถในการเรียนรู้ในช่วงเด็กกำลังโตมาก เพราะการเคลื่อนไหวแขนขาแต่ละข้างเป็นการช่วยเชื่อมสมองซีกซ้ายและขวา ไม่จำเป็นต้องใช้รถหัดเดิน เพราะนี่จะทำให้ลูกน้อยมีโอกาสในการคลานลดลงและยังไม่ปลอดภัยอีกด้วย การปล่อยให้เจ้าหนูวัย 10 เดือนได้คลานอยู่กับพื้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งนี่แปลว่าคุณต้องคอยทำให้พื้นสะอาดอยู่ตลอด อย่างน้อยก็ในช่วง 2-3 เดือนนี้

เจ้าตัวเล็กอาจดึงตัวขึ้นยืนหรือเดินเกาะเฟอร์นิเจอร์ได้ และยังลุกขึ้นนั่งจากท่านอนคว่ำได้ดีขึ้น เด็กจะหมุนตัวและแขนขาได้คล่องแคล่วขึ้น

คอยฟังเวลาลูกน้อยพูดคำว่า แม่ พ่อ ม้า ป๊า คำที่ใช้เรียกพ่อแม่และเรียกตัวเด็กในแทบทุกภาษาเป็นคำแรกๆที่เด็กพูดได้ สอนให้ลูกคุณโบกมือบ๊ายบาย เล่นซ่อนหาและไล่จับให้บ่อยขึ้น ลูกน้อยจะพยายามเลียนแบบเกมส์ที่คุณสอนและให้คุณเล่นเกมส์แสนสนุกนี้ด้วยกัน ถึงคุณจะเบื่อก่อนลูก แต่การเล่นซ้ำๆ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยรวมรวมความจำของลูกน้อยได้

การเจริญเติบโต

ลูกน้อยอาจมีน้ำหนักเกือบ 3 เท่าของตอนแรกเกิด ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของเด็กวัยเกือบ 12 เดือน เด็กแต่ละคนจะเจริญเติบโตได้มากน้อยต่างกัน พันธุกรรมมีอิทธิพลต่อทั้งขนาดและการเจริญเติบโตของเจ้าตัวเล็ก แต่สิ่งแวดล้อมและปริมาณอาหารที่เด็กกินก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน หากคุณแม่กังวลว่า ลูกอาจจะไม่ได้รับสารอาหารที่จำเป็นในการเจริญเติบโตอย่างเพียงพอ คุณแม่สามารถพาลูกน้อยไปให้พยาบาล ที่แผนกสุขภาพเด็กหรือพยาบาลทั่วไปตรวจ หรือพาลูกไปรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโภชนาการเด็กเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะเมื่อการเจริญเติบโตของลูกผิดปกติ

หากในช่วงหน้าร้อน คุณแม่ดูเสื้อผ้าแล้วมองไม่ออกว่าลูกน้อยตัวใหญ่ขึ้นหรือไม่ ให้ลองสังเกตจากเตียง รถเข็น หรือท่าทางของลูกเมื่อถูกอุ้มดู บางวันคุณแม่อาจมองลูกแล้วตกใจว่าเจ้าตัวเล็กตัวโตขึ้นมาก คุณจะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนหากนำลูกน้อยไปเทียบกับทารกแรกเกิดและจะเห็นว่าเจ้าตัวเล็กเจริญเติบโตไปแค่ไหนจากวัยแบเบาะ เนื่องจากอัตราการเจริญเติบโตในช่วงปีแรก และช่วงเป็นวัยรุ่นจะสูงกว่าช่วงไหนๆ

สุขภาพอนามัย

การดูแลให้ทารกวัย 10 เดือนสะอาดเอี่ยมอ่องนั้นแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย หากคุณแม่กับลูกน้อยอยู่ข้างนอก โดยเฉพาะที่ลานดินหรือสวนสาธารณะ ก็เป็นธรรมดาที่เจ้าจอมซนจะอยากลงไปเล่นสนุกกับพื้นให้มอมแมมเลอะเทอะ พยายามฝึกให้ติดเป็นนิสัยด้วยการนำรถเข็นเด็กและพรมรองเด็กติดตัวไปด้วยทุกที่

และให้คุณแม่คิดเสมอว่าเจ้าตัวน้อยจะหยิบทุกสิ่งอย่างที่เห็นบนพื้นเข้าปากอยู่ตลอดเวลา เช่น หากคุณแม่อยู่ช่วงปรับปรุงบ้าน และสงสัยว่าสีที่ใช้นั้นอาจมีตะกั่วเป็นส่วนผสม ก็ควรตรวจสอบในทันทีโดยใช้อุปกรณ์ทดสอบที่หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายสินค้าและอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป กระแสเลือดของเด็กและทารกมีความไวต่อปริมาณตะกั่วในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพและความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก คุณแม่ควรเลือกใช้สินค้าที่อ่อนโยนและปลอดภัยต่อเด็ก ทั้งผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ยากำจัดแมลง ปุ๋ย และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้านทั่วไปรวมทั้งหมั่นเก็บให้เรียบร้อยพ้นมือเด็ก

การเล่นและทักษะการเข้าสังคม

ถึงเวลาที่คุณแม่อาจใช้เวลาในการจัดบ้านใหม่ในช่วงเดือนนี้ เพื่อให้มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับให้ลูกน้อยได้คลานเล่น รั้วกั้นประตูหรือทางขึ้นบันไดนั้นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้กั้นไม่ให้เกิดอันตรายต่อเด็ก หากในบ้านมีพี่ๆ ของเจ้าตัวน้อยที่มีของรักของหวงเป็นพิเศษ การทำรั้วกั้นประตูห้องให้เขาก็อาจช่วยป้องกันไม่ให้เจ้าตัวเล็กเข้าไปทำลายข้าวของซึ่งจะสร้างความขุ่นเคืองใจให้พี่ๆ ได้ ทารกวัยนี้มักสนใจใคร่รู้และอยากมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ที่ผู้คนรอบตัวกำลังปฏิบัติกันอยู่

ดังนั้นการแยกเขาออกจากคนอื่นๆ จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เด็กๆ ต่างวัยที่อยู่ร่วมกันสามารถเรียนรู้คุณค่าและสิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างมาก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆ พี่น้องอาจจำเป็นต้องพูดคุยกันถึงเรื่องความชอบส่วนตัวและนิสัยใจคอ และขั้นตอนนี้ก็เริ่มตั้งแต่วัยเด็ก ให้คุณแม่เฝ้าดูลูกน้อยขณะที่เขาชักชวนพี่ๆ ให้มาเล่นด้วยกัน ทารกมักเชี่ยวชาญในการใช้ความไร้เดียงสาหว่านเสน่ห์เพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้คนรอบข้างชนิดหาตัวจับยาก ที่ไม่ใช่เพียงผู้ใหญ่อย่างเราๆ เท่านั้นที่จะหลงกล

แล้วคุณแม่ล่ะ

เมื่อลูกน้อยอายุได้ 10 เดือน คุณแม่ควรมีกิจวัตรประจำวันที่เป็นรูปแบบตายตัวมากขึ้น วิธีนี้จะช่วยให้คุณแม่วางแผนต่างๆ ได้ดี หากคุณแม่ยังรู้สึกว่าแต่ละวันช่างเหนื่อยเหลือเกิน ลองหาเวลาไปให้หมอประจำตัวตรวจเช็คร่างกายโดยละเอียด ปัญหาสุขภาพอาจถูกความเหนื่อยล้าบดบังไว้ก็เป็นได้ และคุณแม่อาจมองข้ามความต้องการของตัวเองไปโดยไม่รู้ตัว ควรหาคนมาดูแลเจ้าตัวน้อยให้ตอนคุณแม่ไปหาหมอ

หากคุณแม่ป่วยและไม่แข็งแรง คุณก็จะดูแลลูกน้อยได้ไม่เต็มที่ เมื่อลูกย่างเข้า 10 เดือน คุณแม่ควรจะมีกำลังมากเท่าแต่ก่อนและไม่เหนื่อยล้าเหมือนก่อนหน้านี้ ดังนั้นปัญหาสุขภาพ เช่น โรคไทรอยด์ ปัญหาระบบต่อมไร้ท่อ และโรคขาดสารอาหารอาจส่งผลให้คุณแม้เหนื่อยล้าไร้เรี่ยวแรง

อารมณ์ความรู้สึกของคุณแม่

หากคุณรู้สึกขุ่นข้องใจที่ต้องทำงานส่วนใหญ่ในบ้าน อย่ารู้สึกว่าอยู่ตัวคนเดียว ผู้หญิงส่วนมากบอกว่าพวกเธอทำงานบ้านเป็นส่วนใหญ่และดูแลลูกไปด้วย แม้ว่าเมื่อตอนที่เธอกลับไปทำงานกินเงินเดือนก็ตาม พูดตรงๆ กับคู่ครองของคุณว่า อะไรคือการแบ่งงานที่ยุติธรรมและเท่าเทียมเกี่ยวกับการจัดการดูแลบ้านให้เรียบร้อย

นอนให้เพียงพอ

อย่าเพิ่งรีบกระโดดลงจากเตียงเมื่อเจ้าตัวเล็กร้องขึ้นมากลางดึก หากคุณแม่แน่ใจแล้วว่าลูกกินอิ่ม ปลอดภัย และสบายตัว แล้วก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เค้าต้องการคุณก็ให้รอสักหน่อย ให้โอกาสในการปลอบตัวเองและสงบใจ เด็กวัย 10 เดือนหลายๆ คนก็เป็นแบบนี้แหละ
อย่าละเลยความเป็นอยู่ที่ดีของตัวเอง การหาเวลาหลีกไปพักบ้างก็เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคุณแม่ เด็กๆ ไม่ควรจะดึงเอาพลังงานทั้งหมดของคุณแม่ไป ถ้าเป็นไปได้ ให้หาเวลาเปลี่ยนผ้าปูที่นอน จัดเสื้อผ้า และสะสางข้าวของระเกะระกะในห้อง ลองนึกดูว่า อยากสร้างสภาพแวดล้อมอย่างไรให้รู้สึกผ่อนคลาย

Related Post

การดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 19 เดือนการดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 19 เดือน



พัฒนาการของลูกน้อย เดือนที่ 19 ลูกน้อยในวัย 19 เดือน ช่วงนี้ถ้าลูกไม่นอนหลับก็เคลื่อนไหวตัวตลอด กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ แข็งแรงและทำงานประสานกันได้ดีขึ้นมาก จึงเคลื่อนไหวคล่องแคล่วกว่าแต่ก่อน จะโตไวอย่างรวดเร็วจนคุณแม่ประหลาดใจ เป็นช่วงที่ Growth Hormone ถูกปล่อยออกมา ลูกน้อยในวัย 19 เดือนจะโตไวอย่างรวดเร็วจนคุณแม่ประหลาดใจ เป็นช่วงที่ Growth Hormone ถูกปล่อยออกมาในเวลาที่หลับสนิท เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการเพิ่มของน้ำหนักในช่วงขวบปีแรกจะไม่มากนัก โดยน้ำหนักและส่วนสูงจะคงที่ในช่วงเวลาหนึ่งก่อนจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นสลับกันไป ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้ของลูกน้อย เรียนรู้เรื่องขนาด ความหนักเบา และรูปร่างได้ดีจากการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ ทั้งพาตัวเองไปดูให้รู้ให้เห็นสิ่งต่างๆ

โปรตีนจากนมวัว

3 ความเชื่อที่ผิดๆ สำหรับอาการลูก แพ้โปรตีนนมวัว ได้เองจริงหรือ 3 ความเชื่อที่ผิดๆ สำหรับอาการลูก แพ้โปรตีนนมวัว ได้เองจริงหรือ 



3 ความเชื่อที่ผิดๆ สำหรับอาการลูก แพ้โปรตีนนมวัว ได้เองจริงหรือ       แพ้โปรตีนนมวัว เป็นความเชื่อที่ผิดอย่างหนึ่ง อาจจะทำให้ลูกน้อย มีอาการแพ้มากขึ้น ถ้าหากว่ารักษาไม่ตรงจุด อาการแพ้นมวัวนี้ถือเป็น โรคที่วินิจฉัยได้ไม่ง่ายเลย เด็กบางรายหลังได้รับนมวัวก็มีอาการทันที เช่น มีผื่นแดงขึ้นบริเวณใบหน้า แขน ขา ลำตัว ปากบวมเจ่อ หายใจขัด คัดจมูก      ขณะที่บางรายในช่วงแรกอาจยังไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา แต่พอกินนม ไปสักระยะก็จะมีอาการเป็นหวัดเรื้อรัง ท้องเสีย