ลูกน้อย

การดูแลและพัฒนาการของ ลูกน้อยวัย 2 ขวบ



ลูกน้อย

การดูแลและพัฒนาการของ ลูกน้อยวัย 2 ขวบ

     ลูกน้อยวัย 2 ขวบ กำลังอยู่ในวัย อยากรู้อยากเห็น พ่อแม่ต้องใจเย็น และทำใจสบาย ไม่เคร่งเครียด จำไว้ว่าเขาอาจไม่เชื่อฟังเราเสมอไป อาจมีบางคราวที่เขาจะแสดงอารมณ์บูดๆ ออกมาแบบไม่ต้องเดาให้เหนื่อยเลย นั่นเป็นเพราะเวลาที่ลูกทำอะไรแล้วไม่ได้ดั่งใจ

     แม้การอบรมขัดเกลาของคุณพ่อคุณแม่จะมีผลต่อลูกมาก แต่ลูกน้อยก็มีสัญชาตญาณและความคิดเป็นของตัวเองสูงเช่นกัน ลูกอาจไม่ทำตามสิ่งที่เราเห็นดีเห็นงามเสมอไป จนอาจจะมีบางครั้งที่คุณแม่นึกฉุนพฤติกรรมของเจ้าตัวน้อยเอามากๆ ซึ่งเมื่อเทียบกับความรักทั้งมวลที่มีให้ลูกน้อยแล้ว ช่วงเวลาสั้นๆ ที่คุณแม่คุณพ่อจะรู้สึกเฉยๆ กับลูกบ้าง ก็ถือว่าไม่ผิดปกติแต่อย่างใด

ลูกน้อยวัย 2 ขวบ การเติบโต

     เริ่มรู้จักหวงของ อาจจะแบ่งให้เพื่อนได้เล่นบ้าง แต่ก็เอาคืนโดยเร็ว เด็กวัยนี้จะโมโหง่าย ไม่มีความอดทนเท่าไหร่นัก คุณแม่จึงสังเกตได้ว่าลูกมักจะหงุดหงิดง่าย อย่าด่วนตัดสินหรือด่วนสรุปพฤติกรรมของลูก ลองให้โอกาสเขาต่อรองหรือแก้ไขพฤติกรรม และคอยอยู่เคียงข้างเมื่อเขาต้องการความเข้าใจ

     ความดื้อดึงถือเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของลูกน้อยวัยสองขวบก็ว่าได้ หากเจ้าตัวดีอยากได้อะไร เขาจะบ่นงอแงรำรี้รำไรจนกว่าคุณแม่ยอมตามใจ แม้การตามใจลูกจะทำให้เขาหยุดงอแงได้ทันที แต่จะเป็นการส่งเสริมให้ลูกยิ่งดื้อมากขึ้น เด็กวัยนี้กำลังเรียนรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะได้สิ่งที่ต้องการ ลูกน้อยวัยนี้อาจลงไปนั่งยองๆ เตะ ดึง ทึ้ง เทน้ำ ทดสอบ และแหย่เล่น หรือบางครั้งก็ทำทุกอย่างนี้พร้อมๆ กัน

การเล่นสนุกของลูกน้อย

     เด็กมักชอบเล่นแต่งตัวและหวีผม ชอบจ้องเงาสะท้อนและทำหน้าตาตลกๆ แลบลิ้นปลิ้นตาอยู่คนเดียวหน้ากระจกเงา ลูกน้อยยังไม่ยอมนั่งหรือเล่นนานๆ เพราะยังอยู่ในวัยสมาธิสั้น ลูกจะเบี่ยงเบนความสนใจจากสิ่งหนึ่งไปยังอีกสิ่งหนึ่ง สนุกอยู่กับที่ได้พักนึงก็จะแวบไป “มุมซน” มุมใหม่ ทั้งยังอยากให้คุณพ่อคุณแม่มีส่วนร่วมกับการเล่นสนุกของเขาด้วย

     ลูกน้อยจะรู้จักแสดงความรักมากขึ้นในช่วงวัยนี้ ลูกน้อยวัยนี้จะเข้ามากอดและหอมแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเพื่อบอกว่าเขารักแม่มากแค่ไหน ขณะที่คุณแม่เริ่มคิดว่า ลูกกำลังโตขึ้นเรื่อยๆ และไม่ต้องการมีคุณพ่อคุณแม่อยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลาเหมือนตอนแบเบาะแล้ว เดี๋ยวเดียวเจ้าตัวดีก็จะวิ่งมากระแซะและอ้อนให้คุณแม่อุ้มอีกครั้ง

เคล็ดลับการดูแลลูกน้อย

     หากลูกกำลังอยู่ในช่วงฝึกนั่งชักโครก ให้ระมัดระวังอุบัติเหตุจากการพลัดตก
ความเจ็บป่วย ความเปลี่ยนแปลงในครอบครัว การย้ายบ้าน หรือการส่งลูกเข้าโรงเรียนช่วงแรกๆ อาจส่งผลต่อพัฒนาการของลูกน้อยได้ทั้งสิ้น คุณแม่จึงควรใจเย็นและไม่ควรทำโทษลูกน้อย ลูกรักวัยสองขวบไม่ได้ตั้งใจแผลงฤทธิ์เพื่อทำให้ชีวิตคุณแม่ยากขึ้น เขาแค่ยังเด็กและจำเป็นต้องเรียนรู้โลกอีกมาก

     ในวันอากาศเป็นใจ ลองออกไปปิคนิคทานอาหารนอกบ้านแม้ลูกรักอาจซุกซนขึ้นอีกนิดเมื่ออยู่นอกบ้าน แต่เขาจะเพลิดเพลินกับความแปลกใหม่และกิจกรรมที่ต่างจากเดิม อย่าลืมชวนเขาช่วยคุณแม่จัดโต๊ะปิคนิคและทำเลอะตามประสาเด็กเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

 

อ่านต่อ : การดูแลและพัฒนาการของ ลูกน้อยวัย 23 เดือน

Related Post

เด็กทารกวัย 4 เดือนเด็กทารกวัย 4 เดือน



ทารกวัย 4 เดือน เมื่อครบสี่เดือน ทารกจะเริ่มมีบุคลิกเฉพาะ มีความเป็นตัวของตัวเองให้เห็นได้ชัดเจนขึ้น คุณอาจสังเกตได้ว่าลูกมีบุคลิกหรือนิสัยบางอย่างที่เหมือนคนนั้นคนนี้ ซึ่งบ่อยครั้งก็คือตัวคุณแม่หรือคุณคุณพ่อนั่นเอง เพียงแต่เป็นแบบย่อส่วนเท่านั้น แต่ก็ไม่แน่เสมอไป มีบ้างเหมือนกันที่เจ้าตัวเล็กอาจมีนิสัยแตกต่างไปจากที่คุณคิดอย่างสิ้นเชิง และทำให้คุณต้องคอยคาดเดาอยู่เสมอ ช่วงเวลาสองสามเดือนแรกนั้น ช่วยให้แม่ลูกได้รู้จักกันมากขึ้น และช่วยให้คุณรู้ว่าอะไรที่ทำให้ลูกมีความสุข นี่คือแก่นสำคัญของการเป็นพ่อแม่ในช่วงเดือนแรกๆ ซึ่งก็คือการรู้และเข้าใจว่าลูกต้องการอะไร แล้วให้สิ่งที่ลูกต้องการได้ เรื่องนี้บางครั้งก็ง่าย แต่ก็มีบางครั้งที่ยากจนคุณเดาไม่ได้เลยว่าลูกต้องการอะไรกันแน่ ถ้าเจอปัญหาแบบนี้ ให้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ และอย่าให้ปัญหานี้ทำลายความมั่นใจของคุณ การกินนมและการนอน ในวัยนี้เด็กจะมีช่วงเวลานอนสั้นลงในช่วงกลางวัน แต่จะนอนได้นานขึ้นและตื่นน้อยลงในช่วงกลางคืน อย่างไรก็ตามเด็กก็ยังต้องนอนกลางวันอยู่ แม้ว่าลูกจะดูไม่มีทีท่าว่าจะง่วงหรืออยากนอนก็ตาม การนอนกลางวันมีผลต่อการนอนในช่วงกลางคืน ดังนั้นเลิกคิดไปได้เลยว่า

แก้ปัญหาเล็บเหลืองแก้ปัญหาเล็บเหลือง



อาการเล็บเหลือง สาวๆ ที่ชอบทาเล็บเป็นชีวิตจิตใจหรือเกิดได้จากปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าอาการเล็บเหลืองเกิดจากสาเหตุใด และควรทำอย่างไรเมื่อมีอาการเล็บเหลือง วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน สาเหตุของอาการเล็บเหลือง 1.ยาทาเล็บ สาวๆ ที่ทาเล็บ หากใช้ผลิตภัณฑ์ยาทาเล็บที่ไม่มีคุณภาพ ไม่มีส่วนผสมของสารป้องกัน UV หรือลงยาทาเล็บโดยไม่ลงรองพื้นเล็บก่อน ก็จะทำให้เกิดปัญหาเล็บเหลืองได้ เพราะยาทาเล็บจะเข้าไปทำลายเนื้อเล็บภายใน ทำให้เกิดอาการเล็บเหลืองตามมา 2.โรคเบาหวาน สำหรับใครที่ไม่ได้ทาเล็บ แต่กลับมีอาการเล็บเหลือง สาเหตุนั้นอาจจะมาจากการที่คุณกำลังป่วยเป็นโรคเบาหวาน เพราะมีปริมาณน้ำตาลในร่างกายมากเกินไป ทำให้น้ำตาลไปรวมตัวกับคอลลาเจนและโปรตีนในเล็บ ส่งผลให้เล็บมีสีเหลือง นอกจากเล็บเหลืองแล้ว ยังมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น