การดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 18 เดือน




พัฒนาการของลูกน้อยวัย 18 เดือน

ลูกน้อยวัย 18 เดือน หรือ วัยขวบครึ่ง คุณแม่คงพอจะเห็นแววกันแล้วว่าบุคลิกของเขาเป็นอย่างไร เป็นเด็กที่ค่อนข้างเงียบหรือซุกซน เด็กแต่ละคน ความสนใจที่แตกต่างกัน

รูปแบบการเรียนรู้ก็ไม่เหมือนกัน บุคลิกภาพก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้น คุณแม่จึงไม่ควรเปรียบเทียบลูกเรากับลูกคนอื่น…มาดูพัฒนาการแต่ละด้านของลูกน้อยกันเลย ในวัยนี้เจ้าตัวเล็กควรจะก้าวเดินโดยที่ไม่มีใครคอยช่วยจับหรือพยุง หรือเริ่มวิ่งระยะสั้นๆ ได้ การก้าวเดิน การวิ่ง หรือการปีนป่ายของเด็กวัยนี้ต้องอาศัยสมาธิพอสมควรส่วนทักษะทางภาษาจะเริ่มพูดคำต่างๆ ได้ชัดเจนราว 20 คำ

เวลากินเวลานอนของลูกน้อยวัย 18 เดือน

เวลาช่วงที่ ลูกน้อยวัย 18 เดือน ตื่นนอนอยู่ระหว่าง 6.30-7.00 น. และจะง่วงนอนอีกครั้งหลังหม่ำอาหารกลางวันแล้ว หากคุณเห็นว่าลูกเหนื่อยเกินกว่าจะทานได้เยอะ ลองให้เขาทานมื้อกลางวันก่อนเวลาบ้าง

ขยับแล้วก็ขับถ่ายของเด็กวัยนี้

การขยับตัวของลูกวัยนี้เรียกได้ว่าโลดโผนเลยล่ะค่ะ ดังนั้นคุณแม่ควรเลือกผ้าอ้อมที่กระชับรูปร่างลูกได้ดีเยี่ยม เพื่อป้องกันการรั่วเลอะเทอะขณะที่กำลังปีนป่ายหรือวิ่งซน

สุขภาพและสุขอนามัยของลูกน้อยวัยนี้

เดือนนี้ครบกำหนด การฉีดวัคซีน 18 เดือน คุณควรนำสมุดจดบันทึกสุขภาพไปด้วยเพื่อใช้จดรายละเอียดต่างๆ หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแดดในช่วงเวลาระหว่าง 10 โมงเช้าจนถึงบ่าย และอย่าลืมแปรงฟันให้วันละสองครั้ง

ปฏิสัมพันธ์และการเข้าสังคมของลูกน้อย

ปล่อยให้เขาเลือกนิทานที่เขาอยากอ่านด้วยตัวเอง คุณจะสังเกตได้ว่าเขาเริ่มมีหนังสือเล่มโปรดและเลือกเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก พยายามเน้นใส่อารมณ์ระหว่างเล่านิทาน เจ้าตัวเล็กจะไม่ล้อคุณ แต่กลับจะเลียนแบบคุณด้วย

ความคาดหวังของพ่อแม่ต่อลูกน้อย

อย่าคิดว่าลูกจะฟังที่เราห้าม การคิดจะหยุดหรือสั่งห้ามสัญชาตญาณของลูกจึงแทบเป็นไปไม่ได้ เด็กน้อยบางคนชอบเลียหรือหยิบของใส่ปากซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประสาทสัมผัส คุณควรหาจุดพอดีของการห้ามปรามและวิธีที่แยบยล


ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้ของลูกน้อยวัย 18 เดือน

• ลูกเรียนรู้และพัฒนาความคิด ความเข้าใจจากการสังเกตและเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ได้ดีมากขึ้น เช่น เขารู้ว่าโทรศัพท์คือสิ่งที่คนใช้พูดคุยกัน ไม้กวาด เอาไว้กวาดบ้าน หนังสือเอาไว้อ่าน เป็นต้น
• แม้ว่าลูกจะยังไม่เข้าใจความหมายของเวลา พรุ่งนี้ เมื่อวานนี้ แต่เขาสามารถเข้าใจคำว่า “เดี๋ยวนี้” ได้แล้ว เช่น เมื่อคุณแม่พูดว่า “ได้เวลาอาบน้ำแล้วนะลูก” นั่นหมายว่า ต้องไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้ เป็นต้น
• ยังเป็นนักสำรวจตัวน้อยอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะตามลิ้นชักต่างๆ และรู้ว่าของชิ้นไหนเป็นของใคร จากการสังเกต จดจำ รูปร่างต่างๆ ซึ่งคุณแม่สามารถส่งเสริมลูกได้ด้วยการหากล่องหยอดรูปทรงต่างๆ จิ๊กซอว์แบบง่ายๆ ที่มีชิ้นส่วน 2-3 ชิ้นมาให้ลูกเล่น
• เริ่มเล่นบทบาทสมมติ เช่น ป้อนข้าวให้ตุ๊กตา พาตุ๊กตาไปนอน ซึ่งนั่นหมายถึงลูกเริ่มมีจินตนาการแล้ว
• ชอบทดสอบสิ่งของด้วยการเทเข้าเทออก เช่น ชอบเล่นตักทรายใส่ภาชนะ ตักเสร็จแล้วก็เทออก แล้วก็ตักใส่ใหม่ ทำซ้ำๆ โดยไม่เบื่อ

เคล็ดลับการดูแลลูกน้อยวัย 18 เดือนนี้

การตัดสินใจว่าจะให้ลูกหย่านมแม่หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความพอใจของทั้งคุณแม่คุณลูก นอกจากมีเหตุผลทางสุขภาพของคุณแม่หรือคุณลูกที่คุณหมอสั่งห้ามดื่มนมแม่

Related Post

เด็กป่วย

เผยวิธีเช็ค อาการไข้ในทารกเผยวิธีเช็ค อาการไข้ในทารก



เผยวิธีเช็ค อาการไข้ในทารก      อาการไข้ในทารก เป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณพ่อและคุณแม่ทั้งหลาย แต่ก่อนอื่นคุณแม่ทั้งหลายที่จะต้องรู้ก่อนว่าอุณหภูมิขนาดไหน ถือว่าเป็นไข้ ส่วนใหญ่เชื่อว่า อุณหภูมิที่สูงกว่า 37 องศาเซลเซียส หรือ (98.6 องศาฟาเรนไฮต์) ถือว่า “มีไข้” แต่นั่นก็ไม่ถูกเสมอไป เนื่องจาก อุณหภูมิร่างกายของคนเรา สามารถขึ้น – ลง ได้ทั้งวัน ทารกและเด็กก็มีอุณหภูมิ “ปกติ” ที่ค่อนข้างแตกต่างกัน ถ้าลูกของคุณไม่ได้เป็นโรคอะไร อุณหภูมิที่ถือว่าเป็นไข้ คือ

การดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 7 เดือนการดูแลและพัฒนาการของลูกน้อยวัย 7 เดือน



ลูกน้อยวัย 7 เดือน เป็นช่วงเวลาที่น่าอัศจรรย์ที่ลูกน้อยจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก อาทิ การกินที่เปลี่ยนไป อาจจะเบื่ออาหารที่เคยชอบ รวมถึงพฤติกรรมการนอน หรือแม้แต่บุคลิกภาพที่เค้าแสดงความต้องการของตัวเองออกมามากขึ้น และมีความพยายามลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำ หรือแสดงอาการต่อต้านออกมาให้เห็น ซึ่งคุณแม่ควรใจเย็น เฝ้าดูอย่างใกล้ชิด บางครั้งอาจต้องปล่อยให้ลูกน้อยหัดบังคับการเคลื่อนไหวร่างกายด้วยตนเองก่อน อย่าเข้าไปช่วยเร็วเกินไป ให้โอกาสลูกได้เรียนรู้เองบ้าง ปลูกฝังให้เค้าได้ฝึกการช่วยเหลือตัวเองในระยะยาว มื้ออร่อยและฝันหวานของลูกน้อย ลูกของคุณอาจจะหิวในช่วงกลางดึก การป้อนอาหารเสริมจะช่วยให้ลูกอิ่ม อยู่ท้องได้นานและหลับตลอดทั้งคืน คอยสังเกตพฤติกรรมการนอนของลูกรักและของตัวเองด้วย เพื่อปรับตัวช่วงเวลานอนของคุณและลูกน้อยให้เหมาะสมกัน ระยะนี้คุณแม่ควรเตรียมอาหารเสริมเพิ่มจากนม โดยลองเตรียมอาหารสำหรับทารกที่เหมาะสม และพยายามป้อนอาหารแบบเดิมซ้ำกันระยะหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเมนูใหม่ อาหารเสริมตามหลักโภชนาการช่วยเพิ่มคุณค่าสารอาหารที่จำเป็นให้แก่ลูกน้อย ควรระวังลูกที่อาจมีอาการแพ้อาหารตามกรรมพันธุ์ ถ้าคนในครอบครัวมีอาการแพ้อาหารบางชนิด การปลูกฝังนิสัยการกินที่ถูกต้องต้องแต่ยังเล็กๆ